ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่น ภาษาญี่ปุ่นไม่ยากอย่างที่คิด

อ่าน 178,578 ครั้ง

ฮิรางานะเป็นตัวอักษรสำหรับแสดงภาษาญี่ปุ่น ประกอบด้วยอักษรทั้งสิ้น 46 ตัว โดยแต่ละตัวจะมีเสียงเฉพาะตัวนั้นๆ เมื่อนำฮิรางานะมาเรียงต่อกันเป็นคำ ก็จะออกเสียงตามตัวอักษรนั้นๆ เช่น

に(ni) + ほ(ho) + ん(n) -- > にほん(nihon)

ซึ่งแตกต่างกับอักษรภาษาไทย (ก ข ค ..) หรืออังกฤษ (a b c ..) ซึ่งมีพยัญชนะและสระ และหากนำมาเรียงต่อกัน ก็จะได้เป็นคำซึ่งออกเสียงตามวิธีผสมอักษร

ฮิรางานะมีจำนวนไม่แตกต่างจากอักขระในภาษาไทยและภาษาอังกฤษมากนัก จึงใช้เวลาในการศึกษาจดจำไม่นาน แต่เนื่องจากเป็นอักษรที่ไม่คุ้นเคย ดังนั้น ในตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นสำหรับชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด จึงเริ่มสอนโดยการแทนฮิรางานะด้วยตัวอักษรด้วยภาษาอังกฤษ (โรมาจิ) หลังจากนั้น จึงจะเริ่มจำฮิรางานะ คาตาคานะ และคันจิ ตามลำดับ

เสียงของฮิรางานะ

ฮิรางานะมีเสียงสระ 5 เสียง คือ

あ
A (อะ)
い
I (อิ)
う
U (อุ)
え
E (เอะ)
お
O (โอะ)

และประกอบด้วยแถวที่เป็นต้นเสียง 10 แถว คือ

あ = Aか = Kさ = Sた = Tな = N
は = Hま = Mや = Yら = Rわ = W

และตัวสะกด 1 ตัว คือ ん = n

เมื่อนำแถวที่เป็นต้นเสียง (10 แถว) มารวมกับเสียงสระ (5 เสียง) ฮิรางานะจึงควรจะมีทั้งสิ้น 50 ตัว

แต่ฮิรางานะบางตัว มีการออกเสียงเปลี่ยนไปตามกาลเวลา จนไปคล้ายกับเสียงของฮิรางานะตัวอื่น ทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้

ในสมัยเอโดะจึงได้มีการยกเลิกฮิรางานะบางตัวที่ออกเสียงซ้ำกับตัวอื่นทิ้งไป ทำให้ปัจจุบัน ฮิรางานะในแถว や (Y) จึงมีเพียง 3 ตัว และแถว わ (W) มีเพียง 2 ตัว รวม 45 ตัว และรวมกับตัวสะกด ん (n) เป็น 46 ตัว

ดูวิธีอ่านออกเสียงฮิรางานะเป็นภาษาไทย ในบทที่ 6

เสียง อะ เสียง อิ เสียง อุ เสียง เอะ เสียง โอะ
แถว あ あ い う え お
a i u e o
แถว か か き く け こ
ka ki ku ke ko
แถว さ さ し す せ そ
sa shi su se so
แถว た た ち つ て と
ta chi tsu te to
แถว な な に ぬ ね の
na ni nu ne no
แถว は は ひ ふ へ ほ
ha hi fu he ho
แถว ま ま み む め も
ma mi mu me mo
แถว や や ゆ よ
ya yu yo
แถว ら ら り る れ ろ
ra ri ru re ro
แถว わ わ を
wa o
  ん
n
เกร็ดความรู้

ตามความรู้สึกของคนไทย เสียงของแถว や (Y) จะออกเป็นเสียง "ย.ยักษ์" จึงไม่มีปัญหาในการออกเสียง ย ให้ครบทั้ง 5 เสียงสระ คือ ยะ ยิ ยุ เยะ โยะ

แต่ในความรู้สึกของคนญี่ปุ่น แถว や (Y) จะเริ่มการออกเสียงคล้ายกับเสียง อิ เมื่อจะออกเสียงให้ครบทั้ง 5 เสียงสระ จะเป็น (1) อิอะ = ยะ (2) อิอิ = อิ (3) อิอุ = ยุ (4) อิเอะ = เอะ (5) อิโอะ = โยะ

แถว や เสียงที่ 2 จึงเหมือนกับเสียงของฮิรางานะ い และแถว や เสียงที่ 4 จึงเหมือนกับเสียงของฮิรางานะ え ทำให้ฮิรางานะในแถว や ตัวที่ 2 และ 4 ถูกยกเลิกไป

ส่วนแถว わ เดิมทีน่าจะเริ่มออกเสียงคล้ายกับเสียง อุ ซึ่งเมื่อจะออกเสียงให้ครบทั้ง 5 เสียงสระ จะเป็น (1)อุอะ = วะ (2) อุอิ = อิ (3) อุอุ = อุ (4) อุเอะ = เอะ (5) อุโอะ = โอะ

แถว わ เสียงที่ 2, 3, 4, 5 จึงออกเสียงเหมือนกับฮิรางานะ い う え お และถูกยกเลิกไป

ยกเว้น を ที่แม้จะออกเสียงเหมือนกับ お แต่ด้วยเหตุผลทางภาษาศาสตร์ จึงยังรักษาอักษร を ซึ่งเป็นคำช่วย ไว้ตามเดิม

เสียงขุ่น (dakuon)

เป็นการเปลี่ยนเสียงโดยการเติมสัญญลักษณ์ ゛ เรียกว่า 濁点 (dakuten) หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการตามรูปทรงของสัญญลักษณ์ว่า tenten หรือ chonchon ตามหลังอักษรในแถว 「か」 「さ」 「た」 「は」

หรือโดยวิธีเติมสัญญักษณ์ ゜ เรียกว่า 半濁点 (handakuten) หรือเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า maru ตามหลังอักษรในแถว 「は」 เพื่อให้เกิดเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ดูวิธีอ่านออกเสียงขุ่น/กึ่งขุ่นเป็นภาษาไทย ในบทที่ 6

เสียง อะ เสียง อิ เสียง อุ เสียง เอะ เสียง โอะ
แถว か が ぎ ぐ げ ご
ga gi gu ge go
แถว さ ざ じ ず ぜ ぞ
za ji zu ze zo
แถว た だ ぢ づ で ど
da ji tzu de do
แถว は ば び ぶ べ ぼ
ba bi bu be bo
แถว は ぱ ぴ ぷ ぺ ぽ
pa pi pu pe po

เสียงควบ หรือเสียงเพี้ยน (youon)

คือการนำอักษรที่ออกเสียง 'i' เช่น き, し, ち, ..... มาผสมกับอักษรในแถว ya คือ や, ゆ, よ ที่แปลงรูปอักษรให้ตัวเล็กลงเป็น ゃ, ゅ, ょ เพื่อให้เกิดการออกเสียงควบกล้ำกันระหว่างสระ 2 ชนิด (เช่น i+a, i+u, i+o)

ดูวิธีอ่านออกเสียงควบเป็นภาษาไทย ในบทที่ 6

や ゆ よ
 き  きゃ きゅ きょ
kya kyu kyo
ぎ ぎゃ ぎゅ ぎょ
gya gyu gyo
し しゃ しゅ しょ
sha shu sho
じ じゃ じゅ じょ
ja ju jo
ち ちゃ ちゅ ちょ
cha chu cho
ぢ ぢゃ ぢゅ ぢょ
ja ju jo
ひ ひゃ ひゅ ひょ
hya hyu hyo
び びゃ びゅ びょ
bya byu byo
ぴ ぴゃ ぴゅ ぴょ
pya pyu pyo

คำศัพท์คำเสียงควบ

พบ 58 ความเห็นในบทเรียนนี้

ความเห็นที่ 31
ยินดีครับ ^^
webmaster 18 ตค 55 11:39

ความเห็นที่ 32
งงไปหมดแล้วววววววววววว[groggy][groggy]
อ๋อม3/2 26 พย 55 19:10

ความเห็นที่ 33
เขียนยากมาก[mad]
คนสวย 26 พย 55 19:12

ความเห็นที่ 34
ความเห็น #32 คุณอ๋อม3/2

งงตรงไหน สอบถามได้ครับ
webmaster 27 พย 55 00:12

ความเห็นที่ 35
ความเห็น #33 คุณคนสวย

ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ วันละไม่ต้องมาก น่าจะจำได้ ลองดูนะครับ
webmaster 27 พย 55 00:14

ความเห็นที่ 36
จบบทที่ 2 แรก ๆ เนี่ยจะเร็วหน่อยนะคะ พอดีเคยเรียนมาก่อน ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ
โอ๋ 14 มิย 56 14:44

ความเห็นที่ 37
ถ้าอยากอ่านภาษาญี่ปุ่นเป็นนี่ต้องเรียนเรื่องอะไรก่อนหลังอ่ะหรอครับ
Focup 6 สค 56 09:19

ความเห็นที่ 38
คงต้องเรียนหลายอย่าง
เริ่มต้นก็จำโรมาจิ ฮิรางานะ คาตาคานะ
จากนั้นก็จำไวยากรณ์พื้นฐาน คันจิ คำศัพท์ ครับ
WM -> Focup 14 สค 56 21:36

ความเห็นที่ 39
คงต้องเรียนหลายอย่าง
เริ่มต้นก็จำโรมาจิ ฮิรางานะ คาตาคานะ
จากนั้นก็จำไวยากรณ์พื้นฐาน คันจิ คำศัพท์ ครับ
webmaster 14 สค 56 21:36

ความเห็นที่ 40
อา~ อ่านแบบนี้นี่เอง หลงผิดมานาน แหะๆ
ตอนนี้เริ่มอ่านเป็นบ้างแล้วครับ (ฝึกออกเสียงตามเพลงอนิเมะ [lol])
จะพยายามฝึกครับ [haha]
ณัฐพงศ์ 24 มีค 57 23:16

1<>6

pageviews 8,730,111