คำช่วยต่างๆในภาษาญี่ปุ่น
รวมคำช่วย คำเชื่อม คำวิเศษณ์ คำอุทาน พร้อมความหมายและตัวอย่างการใช้งานในประโยค

เลือกตัวอักษร
 
การใช้คำว่า と   อ่าน 21403 ครั้ง
  
คำช่วยสถานะ : 格助詞

ใช้ต่อท้ายคำนาม หรือคำที่มีสถานะเดียวกับคำนาม หรือคำวิเศษณ์ หรือคำอื่นๆ เพื่อแสดงความหมายดังนี้
  1. แสดงบุคคลที่ร่วมกระทำหรือเคลื่อนไหวด้วยกัน
    • 弟と学校に行く
      otouto to gakkou ni iku
      ไปโรงเรียนพร้อมกับน้องชาย
    • 友人と映画を見る
      yuujin to eiga o miru
      ไปดูหนังกับเพื่อน

  2. แสดงบุคคลหรือสิ่งที่เป็นคู่กรณี
    • お姉さんは友達と喧嘩した
      oneesan wa tomodachi to kenka shita
      พี่สาวทะเลาะกับเพื่อน
    • 寒さと戦う毎日が続いている
      samusa to tatakau mainichi ga tsutzuite iru
      การต่อสู้กับความหนาว ยังคงมีต่อเนื่องอยู่ทุกวัน

  3. แสดงสิ่งที่เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบ
    • 以前と比べて大分きれいになった
      izen to kurabete daibu kirei ni natta
      สวยขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนหน้านี้
    • 私の考えはみんなのと違う
      watashi no kangae wa minna no to chigau
      ความคิดของฉันแตกต่างกับของทุกคน

  4. แสดงผลที่เกิดจากการเคลื่อนไหวหรือการกระทำ โดยจะมีลักษณะการใช้งานคล้ายกับคำว่า「に」แต่เป็นการเน้นย้ำในผลที่เกิดขึ้นมากกว่า「に」
    • 今日から大学生となった
      kyou kara daigakusei to natta
      เป็นนักศึกษาตั้งแต่วันนี้
    • 次期社長は山田さんと決まった
      jiki shachou wa yamada san to kimatta
      ประธานบริษัทคนถัดไป กำหนดเป็นคุณยามาดะ

  5. แสดงวลีขยายความ ของการเคลื่อนไหว การกระทำ หรืออาการในเหตุการณ์นั้นๆ
    • 失敗という結果に終わった
      shippai to iu kekka ni owatta
      จบด้วยผลที่ล้มเหลว
    • 今年も洪水は免れないと思う
      kotoshi mo kouzui wa manugarenai to omou
      คิดว่าปีนี้ก็คงไม่รอดพ้นจากน้ำท่วม

  6. แสดงสภาพของการเคลื่อนไหวหรืออาการนั้นๆ
    • 地震で家具がぐらぐらと揺れる
      jishin de kagu ga guragura to yureru
      เครื่องเรือนโยกโคลงเคลงจากแผ่นดินไหว
    • 嫌だと首を左右に振る
      iya da to kubi o sayuu ni furu
      ส่ายศีรษะไปทางซ้ายและขวาอย่างไม่พอใจ
    • 意外と良い結果になった
      igai to yoi kekka ni natta
      ได้ผลดีกว่าที่คาดคิดไว้

  7. ใช้ในประโยคปฏิเสธ ร่วมกับคำที่เกี่ยวกับปริมาณ เพื่อแสดงความหมายว่า ไม่มากเกินไปกว่านั้น
    • あの店にはもう二度と行きたくない
      ano mise ni wa mou nido to ikitakunai
      ไม่อยากไปที่ร้านนั้นเป็นครั้งที่สองอีกแล้ว
    • この量では三日と持たない
      kono ryou de wa mikka to motanai
      ปริมาณเท่านี้ ไม่พอถึง 3 วัน

  8. ใช้เชื่อมคำกริยาคำเดียวกัน เพื่อย้ำความหมาย แต่ในปัจจุบันมีการใช้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น
    • ありとあらゆる手段で借金を返していく
      ari to arayuru shudan de shakkin o kaeshite iku
      จะคืนเงินกู้ โดยใช้วิธีการทั้งหมดทุกอย่าง
    • 世界のありとあらゆる地域で異常気象が目立つ
      sekai no ari to arayuru chiiki de ijou kishou ga medatsu
      สภาพอากาศที่วิปริตเกิดขึ้นอย่างเด่นชัด ในพื้นที่ทั่วทุกแห่งของโลก


คำช่วยคู่ขนาน : 並立助詞
ใช้ต่อท้ายคำหลัก (体言) หรือคำที่มีสถานะเทียบเท่าคำหลัก เพื่อแสดงของตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไป ซึ่งตามหลักไวยากรณ์เดิม จะต้องใช้คำช่วย「と」ต่อท้ายคำศัพท์ทุกคำที่ยกขึ้นมา แต่ในปัจจุบัน ปกติจะตัดคำช่วย「と」ตัวสุดท้ายออกเสมอ
  • 君と僕とは友達だ
    kimi to boku to wa tomodachi da
    เธอและฉัน เป็นเพื่อนกัน
  • 君と僕は友達だ
    kimi to boku wa tomodachi da
    เธอและฉัน เป็นเพื่อนกัน
  • 東京と京都と大阪へ行きたい
    toukyou to kyouto to oosaka e ikitai
    อยากไปโตเกียวและเกียวโตและโอซากา

คำช่วยเชื่อม : 接続助詞
ใช้ต่อท้ายคำผัน (活用語) ที่อยู่ในรูปจบประโยค (終止形) เพื่อแสดงความหมายดังนี้
  1. แสดงการเคลื่อนไหวหรือการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
    • 店を閉めようとすると、お客さんが入ってきた
      mise o shimeyou to suru to, o kyakusan ga haitte kita
      พอกำลังจะปิดร้าน ลูกค้าก็เข้ามาพอดี
    • 電話を切ると、別の電話がかかってきた
      denwa o kiru to, betsu no denwa ga kakatte kita
      พอวางหูโทรศัพท์ โทรศัพท์อีกสายหนึ่งก็เรียกเข้ามาพอดี

  2. แสดงสิ่งที่ประธานทำการเคลื่อนไหวหรือทำเหตุการณ์ 2 อย่างต่อเนื่องกัน
    • 家に帰ると、テレビをつけた
      ie ni kaeru to, terebi o tsuketa
      พอกลับถึงบ้าน ก็เปิดทีวีทันที
    • 椅子に座ると、眠たくなった
      isu ni suwaru to, nemutaku natta
      พอนั่งลงบนเก้าอี้ ก็ง่วงนอนขึ้นมาทันที

  3. แสดงเหตุการณ์หนึ่ง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือการกระทำเกิดตามมา
    • 社長が話し始めると、みんなが静かになった
      shachou ga hanashi hajimeru to, minna ga shizuka ni natta
      พอประธานบริษัทเริ่มพูด ทุกคนก็เงียบลง
    • 子供の写真を見ると、昔の記憶がよみがえる
      kodomo no shashin o miru to, mukashi no kioku ga yomigaeru
      พอดูรูปของลูก ความทรงจำในอดีตก็หวนรำลึกกลับมา

  4. แสดงเหตุการณ์สมมุติ ที่เป็นเหตุเป็นผลกัน
    • 今両替すると一番得をする
      ima ryougae suru to ichiban toku o suru
      ถ้าแลกเงินในตอนนี้ จะได้ประโยชน์ที่สุด
    • 先生に見られると大変なことになる
      sensei ni mirareru to taihen na koto ni naru
      ถ้าถูกอาจารย์เห็น จะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก

  5. แสดงการกล่าวนำ ก่อนเข้าสู่เรื่องที่ต้องการจะพูด
    • 予想によると、桜は今日開花する
      yosou ni yoru to, sakura wa kyou kaika suru
      จากการพยากรณ์ ซากุระจะบานวันนี้
    • この場合だと、どうすれば良いですか
      kono baai da to, dou sureba ii desu ka
      ในกรณีแบบนี้ ควรจะทำอย่างไรดีครับ/ค่ะ

  6. แสดงการสมมุติในเชิงหักล้างหรือตรงกันข้าม โดยมักจะใช้ต่อท้ายคำกริยานุเคราะห์ที่แสดงความมุ่งมั่นหรือการคาดคะเน เช่น「う」「よう」「まい」เป็นต้น
    • 誰が来ようと私には関係ない
      dare ga koyou to watashi ni wa kankei nai
      ใครจะมา ก็ไม่เกี่ยวกับฉัน
    • 何をしようとあなたの勝手だ
      nani o shiyou to anata no katte da
      จะทำอะไร ก็เป็นเรื่องของเธอ
    • 雨が降ろうと雪が降ろうと、会社を休むわけにはいかない
      ame ga furou to yuki ga furou to, kaisha o yasumu wake ni wa ikanai
      ไม่ว่าฝนจะตก หรือหิมะจะตก ก็หยุดงานไม่ได้


คำช่วยเกี่ยวเนื่อง : 係助詞
เป็นคำในภาษาเก่า มีความหมายเช่นเดียวกับคำว่า「ぞ」


คำวิเศษณ์ : 副詞
มีความหมายว่า แบบนั้น
แต่ส่วนใหญ่จะใช้ร่วมกับคำวิเศษณ์「かく」ในรูป「とかく」「とにかく」「ともかく」「とにもかくにも」เป็นต้น ซึ่งจะทำให้มีความหมายเปลี่ยนไป


คำเชื่อม : 接続詞
แสดงการเคลื่อนไหวหรือการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน มีความหมายเดียวกับคำว่า「すると」
  • 雷が鳴った。と、突然雨が降り出した
    kaminari ga natta. to, totsuzen ame ga furi dashita
    ฟ้าร้อง และทันใดนั้นฝนก็เริ่มตกอย่างกระทันหัน
  • みんなで道路を歩いていた。と、いきなり車が突っ込んできた
    minna de douro o aruite ita. to, ikinari kuruma ga tsukkonde kita
    กำลังเดินตามถนนพร้อมกับทุกคน ทันใดนั้นรถยนต์ก็พุ่งเข้ามา
กรณีเป็น comment ที่สอบถาม Webmaster เมื่อตั้งคำถามเสร็จแล้ว ช่วยแจ้งไว้ที่ไทม์ไลน์ facebook j-campus ให้ด้วย เพื่อที่ Webmaster จะได้ตามเข้ามาตอบคำถามให้ครับ


เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
website    facebook    youtube    E-mail

Copyright © J-Campus.com