ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
ห้องเรียนภาษาญี่ปุ่นออนไลน์


ไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่น
 บทที่ 1 ภาพรวม
 บทที่ 2 คำนาม
 บทที่ 3 คำกริยา
 บทที่ 4 คำคุณศัพท์
 บทที่ 5 คำขยายคำหลัก
 บทที่ 6 คำวิเศษณ์
 บทที่ 7 คำเชื่อม
 บทที่ 8 คำอุทาน
 บทที่ 9 คำกริยานุเคราะห์
 บทที่ 10 คำช่วย
 บทที่ 11 คำสุภาพ
 บทที่ 12 คำเลียนเสียง
 บทที่ 13 คำเลียนอาการ
 บทที่ 14 สำนวนแสดงอารมณ์


ภาคผนวก
 บทที่ 15 คำช่วย て




 
บทที่ 15 คำช่วย て อ่าน 45,042 ครั้ง
การใช้คำช่วย て (te form)

て (te) เป็นคำช่วย ซึ่งจัดอยู่ในประเภทคำช่วยเชื่อม (setsuzoku joshi) ใช้ต่อท้ายคำกริยาหรือคำคุณศัพท์ที่ผันอยู่ในรูป renyoukei เพื่อเชื่อมกับวลีที่จะตามท้ายมา เพื่อสื่อความหมายในกรณีต่างๆ

て สามารถเปลี่ยนรูปเป็น で ได้ ขึ้นอยู่กับหลักไวยากรณ์ในการผันคำกริยาหรือคุณศัพท์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น
行って (i-t-te)、食べて(ta-be-te)、高くて (taka-ku-te) หรือ
読んで (yo-n-de)、遊んで (aso-n-de) เป็นต้น


การผันคำกริยาหรือคุณศัพท์ให้อยู่ในรูป て หรือ で ตามตัวอย่างข้างต้นนี้ นิยมเรียกว่า te form เพื่อให้เป็นที่เข้าใจง่ายในการเรียนภาษาญี่ปุ่น

คำช่วย て (หรือ te form) เป็นคำช่วยเชื่อมเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างวลีที่อยู่หน้าและอยู่หลัง て โดยมีความหมายในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

  1. สื่อถึงลำดับของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหลัง หรือเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
    • 夕飯を食べて、薬を飲んで、寝ました
      Yuuhan o tabete, kusuri o nonde, nemashita
      ทานข้าวเย็น กินยา แล้วจึงนอน
    • 本屋に行って、マンガを買います
      Honya ni itte, manga o kaimasu
      จะไปร้านหนังสือ และซื้อการ์ตูน

  2. สื่อถึงสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล เช่น
    • 風邪を引いて、学校を休んだ
      Kaze o hiite, gakkou o yasunda
      เป็นหวัด ก็เลยไม่ได้ไปโรงเรียน

  3. สื่อถึงสิ่งที่มีความหมายในเชิงสอดรับกัน เช่น
    • このコンピュータは新しくて、高いです
      Kono konpyuuta wa atarashikute, takai desu
      คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ใหม่ และแพง

  4. สื่อถึงสิ่งคู่ขนานที่ไม่ได้มีความหมายในเชิงขัดแย้งกัน เช่น
    • 彼女は髪が長くて、黒いです
      Kanojo wa kami ga nagakute, kuroi desu
      เธอผมยาวและดำ

  5. สื่อถึงขั้นตอนหรือวิธีการ เช่น
    • お箸を使って、ご飯を食べた
      Ohashi o tsukatte, gohan o tabeta
      ใช้ตะเกียบทานข้าว
    • 毎日歩いて、学校に行きます
      Mainichi aruite, gakkou ni ikimasu
      เดินไปโรงเรียนทุกวัน

  6. สื่อถึงจุดเริ่มต้นของเวลาหรือระยะเวลาที่ผ่านมา เช่น
    • 日本語を勉強して、二年になりました
      Nihongo o benkyou shite, ninen ni narimashita
      เรียนภาษาญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
    • 生まれて、はじめて見ました
      Umarete, hajimete mimashita
      เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิด

  7. พูดถึงกรอบหรือขอบเขต เช่น
    • 漢字を100個覚えるには、長くて1年くらいでしょう
      Kanji o hyakko oboeru ni wa, nagakute ichinen kurai deshou
      การจำคันจิให้ได้ 100 ตัว อย่างมากก็ไม่น่าจะเกิน 1 ปี

  8. พูดถึงเรื่องที่ตรงข้ามกัน เช่น
    • お兄さんは背が高くて、弟は背が低い
      Oniisan wa se ga takakute, otouto wa se ga hikui
      พี่ชายตัวสูง แต่น้องชายตัวเตี้ย

  9. สื่อถึงสิ่งที่ไม่สอดรับกัน เช่น
    • それを知っていて、なぜ言わない
      Sore o shitte ite, naze iwanai
      รู้เรื่องนั้นอยู่แล้ว แต่ทำไมไม่บอก
    • 見てみぬ振り
      mite minu furi
      เห็นแต่ทำเป็นมองไม่เห็น

สิ่งที่ต้องระมัดระวัง

จะต้องไม่ใช้ te form ในการเชื่อมคำคุณศัพท์ในกรณีที่มีความหมายขัดแย้งกัน เช่น ตามตัวอย่างที่ 3
このコンピュータは古くて、高いです。
Kono konpyuuta wa furukute, takai desu
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เก่า และแพง
=> เป็นการใช้คำช่วย て ที่ไม่ถูกต้อง จะต้องใช้ว่า
このコンピュータは古いですが、高いです。
Kono konpyuuta wa furui desu ga, takai desu
คอมพิวเตอร์เครื่องนี้เก่า แต่แพง

Total views : 1,018,693

เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
website    facebook    youtube    E-mail

Copyright © J-Campus.com