สาระน่ารู้
O hanami : เทศกาลชมดอกซากุระ


สาระน่ารู้ และเรื่องดีๆ
>เสียงขุ่นนาสิก : か° き° く° け° こ° สุโก้ย หรือ สุโง่ย
>การบ้านกอด
>ซื้อ? ไม่ซื้อ?
>สัญญา 18 ข้อ ในการใช้ iPhone ระหว่างแม่กับลูกชาย
>25 เรื่องที่เสียใจในยามเสียชีวิต
>การใช้คำว่า ~ている และ ~てある
>ไม่เปิดพจนานุกรม ก็อ่านคันจิได้นะครับ
>มารยาทในการใช้บันไดเลื่อนของชาวญี่ปุ่นที่กำลังเปลี่ยนไป
>วิธีออกเสียง za, ji, zu, ze, zo
>ทำไมคำช่วย は จึงออกเสียงว่า wa
>เด็กหญิงซาดาโกะ กับนกกระเรียนพันตัว
>25 ข้อของหญิงขี้เหร่
>ทำไมคันจิของญี่ปุ่นจึงมีเสียง onyomi หลายเสียง
>55 เรื่องที่ชาวญี่ปุ่นอยากทำก่อนที่พ่อแม่จะเสียชีวิต
>サーカスの象 : ช้างละครสัตว์
>Yubi ori : การนับนิ้วของคนญี่ปุ่น
>วันที่ 6 เดือน 6 อายุ 6 ขวบ : วันแห่งการเรียนศิลปะวิชาการ
>Amida kuji การจับฉลากในสไตล์ของชาวญี่ปุ่น
>เหตุผล 7 ข้อ ที่ชาวต่างชาติคิดว่าภาษาญี่ปุ่นยาก
>เหตุผล 5 ข้อ ที่ชาวต่างชาติคิดว่าภาษาญี่ปุ่นง่าย
>การจับปลาด้วยนกกาน้ำ (鵜飼い : ukai)
>การกล่าวขอโทษด้วยคำว่า sumimasen และ gomennasai
>ธงปลาคาร์ฟ (Koi Nobori) และประเพณีในวันของเด็กผู้ชาย
>กฎหมายเมาแล้วขับ : แค่นั่งไปด้วยก็ติดคุก 3 ปี
>O hanami : เทศกาลชมดอกซากุระ
>มารยาทในการรับประทานอาหารญี่ปุ่น
>ปลาดุกยักษ์กับแผ่นดินไหว : ความเชื่อหรือความจริง
>"ตำนานลับ" ของเป็ดแมนดาริน
>Dango san kyoudai เพลงเด็กอนุบาลที่ขายดีกว่า AKB48 ถึง 2 เท่า
>การให้ช็อกโกแลตในวันวาเลนไทน์ของญี่ปุ่น
>วิธีออกเสียงในภาษาญี่ปุ่นให้ถูกต้อง [กระทู้แนะนำ]
>การทำงานร่วมกับคนญี่ปุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ
>กว่าจะมาเป็นเนื้อวัวที่แพงที่สุดในโลก
>"แมลง" กับความเชื่อของคนญี่ปุ่น
>ชาวญี่ปุ่นเขาทำอะไรในวันขึ้นปีใหม่




O hanami : เทศกาลชมดอกซากุระ
โดย webmaster : อ่าน 25187 ครั้ง

ประเทศญี่ปุ่น ประกอบด้วย 4 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว รวมเรียกว่า 春夏秋冬 (shun ka shuu tou)

ฤดูใบไม้ผลิ เปรียบเสมือนฤดูเริ่มต้นแห่งปี หลังจากที่ฤดูหนาวผ่านพ้นไป จึงถือเป็นการเริ่มต้นของการกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง

ในฤดูใบไม้ผลิ จะเป็นช่วงของการเริ่มต้นเข้าโรงเรียน จบการศึกษา เริ่มต้นทำงาน เลื่อนตำแหน่ง โยกย้ายประจำปี จึงเป็นฤดูแห่งการอำลา การต้อนรับ การสิ้นสุด และการเริ่มต้นใหม่ ควบคู่กันไปด้วย

และกิจกรรมหนึ่ง ที่จะขาดเสียไม่ได้ ก็คือ O hanami (お花見) ซึ่งเป็นประเพณีการจัดงานรื่นเริงสังสรรค์นอกสถานที่ เพื่อชมดอกซากุระ ระหว่างเพื่อนร่วมงาน หรือญาติสนิทมิตรสหาย ซึ่งอาจรวมไปถึงการเลี้ยงอำลา และเลี้ยงต้อนรับด้วย


เทศกาลฮานามิ เกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น มานานไม่ต่ำกว่า 1,400 ปี คือตั้งแต่ยุคสมัยนารา (คศ.710-784)

ในบันทึกบทกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า Manyoushuu (万葉集) ซึ่งถูกเขียนขึ้นในปี คศ.759 อันเป็นยุคสมัยที่ญี่ปุ่นยังคงอิงอยู่กับวัฒนธรรมจากประเทศจีน ในบันทึกนี้ได้รวบรวมบทกลอนย้อนหลังในอดีตประมาณ 400 ปี รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 บท

ในจำนวนนี้ มีบทกลอนที่เกี่ยวกับดอกเหมยและดอกซากุระ อยู่ประมาณ 140 กว่าบท โดยเป็นบทกลอนเกี่ยวกับดอกเหมยประมาณ 100 บท และบทกลอนเกี่ยวกับดอกซากุระ ประมาณ 40 บท ซึ่งแสดงให้เห็นว่า การชมดอกไม้ในสมัยนั้น เป็นการชมดอกเหมยเป็นหลัก ตามประเพณีที่สืบทอดมาจากประเทศจีน

ต่อมาในสมัยเฮอัน (คศ.794-1185) ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มวางรากฐานทางประเพณีและวัฒนธรรมของตนเอง ประเพณีการชมดอกไม้ ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ดอกเหมยเป็นดอกไม้ที่เริ่มบานในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังคงมีอากาศหนาวอยู่

แต่ดอกซากุระ จะบานช้ากว่า คือบานในช่วงที่อากาศอบอุ่นขึ้นแล้ว จึงสามารถสัมผัสถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิได้อย่างชัดเจน เหมาะต่อการจัดงานเทศกาลเพื่อเฉลิมฉลองเทพเจ้า ที่ดลบันดาลให้ฤดูใบไม้ผลิ เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่ง

นอกจากนี้ ซากุระยังเป็นต้นไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศญี่ปุ่น ดอกไม้มีสีสรรที่สวยงาม ในยามที่ดอกไม้บาน ก็จะบานสะพรั่งพร้อมกันทั้งต้น แต่ก็จะร่วงโรยลาในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ จึงถูกนำมาเปรียบกับความที่ไม่จีรังยั่งยืนของชีวิตมนุษย์

การชมดอกไม้ในยุคสมัยเฮอัน จึงเปลี่ยนจากดอกเหมยมาเป็นดอกซากุระแทน

ในยุคสมัยเฮอันนี้ มีบันทึกบทกลอน เรียกว่า kokin waka shuu (古今和歌集) ซึ่งประพันธ์ขึ้นในปี คศ.905-913 โดยเป็นบทกลอนที่ชาวญี่ปุ่นประพันธ์ขึ้นบนวัฒนธรรมของตนเองทั้งหมด รวมประมาณ 1,100 บท ซึ่งในบันทึกบทกลอนนี้ หากกล่าวถึงคำว่า "ดอกไม้" เมื่อใด ก็จะหมายถึง "ดอกซากุระ" ทุกครั้งไป

การจัดงานฮานามิในยุคสมัยเฮอัน จะเป็นลักษณะของงานเทศกาลหรืองานพิธี คือมีการจัดเตรียมอาหาร และมีการแสดงหรือการฟ้อนรำบนเวทีควบคู่ไปด้วย ซึ่งงานพิธีเหล่านี้ก็ยังคงมีหลงเหลือสืบทอดมาถึงปัจจุบันอยู่บ้างเช่นกัน

แต่สำหรับการจัดงานแบบชาวบ้าน คือการนัดหมายกันไปกินเลี้ยงรื่นเริง เพื่อชมความสวยงามของดอกซากุระนั้น เพิ่งจะแพร่หลายในยุคสมัยเอโดะ ในสมัยของโชกุนลำดับที่ 8 คือ Tokugawa Yoshimune (คศ.1684-1751) นี่เอง


ที่มา คำว่า ซากุระ มีหลายทฤษฎี ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นกล่าวไว้ว่า [sa] เป็นภาษาเก่า หมายถึงดวงวิญญาณของธัญพืช ส่วน [kura] หมายถึงสถานที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้า ซากุระจึงความหมายถึง สถานที่สิงสถิตย์ของเทพเจ้าแห่งธัญพืช

หรือ「saku」มาจากคำว่า「咲く」ซึ่งแปลว่าดอกไม้บาน ส่วน「ra」หมายถึงสิ่งเป็นจำนวนมาก ซากุระจึงหมายถึง ต้นไม้ที่มีดอกไม้บานสะพรั่งพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

หรืออีกทฤษฎีหนึ่งคือ มาจากชื่อของเจ้าหญิงในเทพนิยาย konohana no saku ya hime ที่จะเสด็จลงมาจากยอดเขาฟูจิเพื่อบันดาลให้ดอกไม้บาน โดยตัดมาเฉพาะคำว่า sakuya และเพี้ยนเสียงเป็น sakura


ซากุระเป็นต้นไม้ที่มีมาแต่ดั้งเดิมในประเทศญี่ปุ่น มีทั้งสิ้นมากกว่า 600 ชนิด นอกจากจะออกดอกสีชมพูแล้ว ยังมีพันธุ์ที่ออกดอกสีขาว สีแดงอ่อน สีแดงเข้ม นานาชนิดอีกด้วย

การชมซากุระในสมัยโบราณ มักจะเป็นพันธุ์ higan sakura ซึ่งมีสีแดงอ่อน ซึ่งจะเริ่มบานในช่วงปลายเดือนมีนาคม

แต่ในปลายสมัยเอโดะได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ ที่มีความสวยงามมากยิ่งขึ้น เรียกว่าพันธุ์ somei yoshino ซึ่งมีสีชมพู ค่อนข้างออกไปทางสีขาว ซึ่งจะเริ่มบานในช่วงต้นเดือนเมษายน โดยโชกุน Tokugawa Yoshimune ได้สั่งให้ปลูกต้นซากุระ เพื่อจัดผังเมือง และป้องกันภัยทางน้ำในเมืองเอโดะ

จึงเป็นสาเหตุให้กรุงโตเกียว มีแหล่งชมซากุระที่สวยงามหลายแห่ง ทั้งๆที่มีพื้นที่จำกัดกว่าในจังหวัดอื่น

ซึ่งต่อมา ซากุระสายพันธุ์นี้ ได้แพร่ขยายไปทั่วประเทศในสมัยราชวงศ์เมจิ


ซากุระพันธุ์ somei yoshino

ตามปกติ ต้นไม้ทั่วไป จะผลิใบก่อน จากนั้นจึงจะผลิดอก ดังนั้น ในยามที่ดอกไม้บาน ก็จะเป็นการบาน ท่ามกลางใบไม้สีเขียว

แต่ซากุระพันธุ์ somei yoshino นี้ มีมีความแตกต่างจากต้นไม้ชนิดอื่นคือ ดอกไม้จะบาน ก่อนที่ใบไม้จะผลิ

ดังนั้น ในยามที่ดอกไม้บานสะพรั่ง ต้นซากุระทั้งต้น จึงเต็มไปด้วยดอกไม้ โดยยังไม่มีใบไม้เลย จึงเป็นภาพที่มีความงดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง

การพยากรณ์และการประกาศช่วงเวลาที่ดอกซากุระผลิบาน จะยึดถือจากพันธุ์ somei yoshino นี้เป็นหลัก

นอกจากจะมีความสวยงามกว่าพันธุ์อื่นๆแล้ว ซากุระพันธุ์ somei yoshino ยังเจริญเติบโตรวดเร็วกว่า แต่มีข้อเสียคือ จะมีอายุสั้นเพียงประมาณ 60 ปีเท่านั้น ในขณะที่ซากุระพันธุ์อื่น เช่น yama zakura หรือ edo higan จะมีอายุยืนหลายร้อยปีทีเดียว

นอกจากนี้ somei yoshino ยังเป็นซากุระที่มีความอ่อนแอและทนทานน้อยกว่าพันธุ์อื่นๆ หากนำไปปลูกในย่านที่อากาศไม่บริสุทธิ์ หรือเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ก็จะตายเร็ว หรือแม้กระทั่ง การหักกิ่งซากุระพันธุ์ somei yoshino หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ก็อาจทำให้ต้นซากุระตายลงเช่นเดียวกัน


การชมซากุระในยามค่ำคืน

การชมซากุระ ไม่เพียงแต่จะชมในตอนกลางวันเท่านั้น แต่ยังนิยมในการชมซากุระในยามกลางคืนอีกด้วย เรียกว่า 夜桜 (yo zakura) โดยในยามกลางคืน ดอกซากุระจะมองเห็นเป็นสีขาว ซึ่งเมื่อสะท้อนกับแสงจันทร์จะมองเห็นเป็นภาพที่สวยงามมาก

สวนสาธารณะหลายแห่งในใจกลางเมือง จะอนุญาตให้เข้าชมดอกซากุระ หรืออนุญาตให้จัดงานเลี้ยงเพื่อชมดอกซากุระในยามค่ำคืนด้วย ดังนั้น หากมีโอกาส จึงไม่ควรพลาดการชมดอกซากุระในยามค่ำคืนด้วยเช่นกัน

ฤดูใบไม้ผลิ เป็นฤดูที่มีลมค่อนข้างแรง ดังนั้น ในวันที่ลมพัดแรง กลีบดอกซากุระบานจะปลิวว่อนไปทั่วทั้งบริเวณ เรียกว่า 桜吹雪 (sakura fubuki) หรือ พายุหิมะซากุระ ซึ่งเป็นภาพที่ทั้งงดงามตระการตา และทั้งชวนให้เกิดความหดหู่ในความไม่จีรังยั่งยืนของวัตถุที่สวยงาม

เมื่อดอกซากุระหล่นจนหมดต้น ใบไม้ก็จะเริ่มผลิบานกลายเป็นต้นไม้ใบเขียว เรียกว่า ha zakura แต่จะมีหนอนผีเสื้อมากัดกินเป็นจำนวนมาก ต้องคอยพ่นยากำจัดอยู่ตลอดเวลา จึงจัดเป็นต้นไม้ที่มีความลำบากในการดูแลอย่างมาก


ขนมดังโงะกับเทศกาลชมดอกไม้

ผู้ที่ได้เคยอ่านเนื้อเพลง 3 พี่น้องดังโงะ มาแล้ว คงจะจำเนื้อเพลงท่อนหนึ่งที่กล่าวไว้ว่า
haru ni nattara hanami, aki ni nattara tsukimi
เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิก็ชมดอกไม้ เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วงก็ชมพระจันทร์
ขนมดังโงะ ซึ่งเดิมเป็นสิ่งสำหรับสักการะบูชาเทพเจ้า ก็ถูกนำมาใช้ในเทศกาลชมดอกซากุระนี้ด้วย โดยจะเป็นดังโงะ 3 สี คือ สีชมพู สีขาว และสีเขียว เรียกว่า hanami dango ซึ่งเริ่มในสมัยเอโดะเช่นกัน

  • สีชมพู จะหมายถึงสีของดอกซากุระ ซึ่งแสดงถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ผลิ
  • สีขาว จะหมายถึง หิมะ ซึ่งแสดงความอาลัยต่อฤดูหนาวที่จากไป
  • ส่วนสีเขียว หมายถึงต้น mugwort ซึ่งแสดงถึงฤดูร้อนที่กำลังค่อยๆคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ
และคำว่า hanami dango นี้ ก็เป็นที่มาของสุภาษิต hana yori dango ซึ่งเป็นคำหยอกล้อเหน็บแนมว่า ระหว่างการชมดอกไม้ที่เป็นเพียงนามธรรม ควรเลือกทานขนมดังโงะที่เป็นรูปธรรมมากกว่า


การพยากรณ์วันซากุระบาน

ดอกซากุระ จะบานเมื่ออุณหภูมิอุ่นขึ้นในระดับที่เหมาะสม โดยเริ่มบานจากทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น คือ เกาะคิวชู และชิโกกุ และค่อยๆขึ้นสู่ทางเหนือตามลำดับ ไปจนถึงเกาะฮอกไกโด

ระยะเวลาในการบาน จะแตกต่างกันออกไป โดยทางตอนใต้ซึ่งอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงค่อนข้างช้า ดอกซากุระจะบานเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ในขณะที่ทางตอนเหนือสุด คือฮอกไกโด อุณหภูมิจะอบอุ่นขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า จึงจะบานเต็มที่เพียงประมาณ 5 วัน เท่านั้น

ในกรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง ดอกซากุระจะบานสะพรั่ง ประมาณต้นเดือนเมษายน เป็นเวลานานประมาณ 1 สัปดาห์

การพยากรณ์วันที่ดอกซากุระบาน จะใช้เส้นที่เรียกว่า sakura zensen (桜前線) หรือ เขตแนวหน้าของซากุระ เป็นเครื่องมือในการแสดง

เส้นแนวหน้าของซากุระนี้ เป็นการลากเส้นบนแผนที่ประเทศญี่ปุ่น เชื่อมโยงบริเวณที่ซากุระเริ่มบานในวันเดียวกัน เพื่อแสดงว่าในวันนั้นๆ ซากุระได้เริ่มบานที่เมืองไหนแล้วบ้าง

เส้นนี้จะเริ่มขึ้นบก ทางตอนใต้ของเกาะคิวชู ในตอนปลายเดือนมีนาคม จากนั้นจะค่อยๆเคลื่อนผ่านหมู่เกาะญี่ปุ่นขึ้นไปทางเหนืออย่างช้าๆ จนไปถึงเกาะฮอกไกโด ประมาณต้นเดือนพฤษภาคม

การพยากรณ์วันที่ดอกซากุระเริ่มบาน จึงมักใช้แผนที่นี้ ในการแสดงผลล่วงหน้า ควบคู่กันไปด้วย

นิยามของคำว่า "เริ่มบาน" (開花 : kaika) หมายถึง ดอกซากุระเริ่มแย้มกลีบออกมาประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนนิยามของคำว่า "บานสะพรั่ง" (満開 : mankai) หมายถึง ดอกซากุระที่บานเต็มที่ มีมากกว่า 80% ซึ่งถือเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด

โดยทั้งหมดนี้ จะตรวจวัดจากต้นซากุระ somei yoshino เท่านั้น ดังนั้น การเลือกชมดอกซากุระในช่วงที่สวยงาม จึงต้องทำความเข้าใจคำศัพท์ข้างต้นเหล่านี้ไว้ด้วย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาจากสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน ทำให้ดอกซากุระบานเร็วขึ้นกว่าในอดีตประมาณ 3-7 วัน ดังนั้น หากโชคร้าย ก็อาจจะได้ชมต้นซากุระใบเขียวๆ แทนที่จะได้ชมดอกซากุระสีชมพู


มารยาทในการชมซากุระ

จากที่ได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ซากุระพันธุ์ somei yoshino เป็นต้นไม้ที่มีความอ่อนแอเป็นอย่างมาก การได้รับบาดแผลที่กิ่ง ลำต้น หรือราก อาจเป็นสาเหตุให้ต้นซากุระตายได้ (รากของต้นซากุระ จะมีลักษณะแผ่กว้างในแนวนอนตามพื้นดิน)

ดังนั้น มารยาทในการชมดอกซากุระ จึงต้องไม่เหยียบย่ำรากไม้ ไม่โยกลำต้น และไม่หักกิ่งก้านของต้นซากุระโดยเด็ดขาด



สำหรับการพยากรณ์ในปี 2555 นี้ ดอกซากุระที่กรุงโตเกียวจะเริ่มบานในวันนี้ (31 มีค 55) และจะบานเต็มที่ในวันที่ 7 เมย 55 ส่วนที่โอซากาจะเริ่มบานในวันที่ 2 เมย 55 และบานเต็มที่ในวันที่ 9 เมย 55 จึงขอให้ผู้ที่ไปที่ญี่ปุ่นได้มีโอกาศชมซากุระในช่วงที่สวยที่สุดทุกๆคน

Webmaster
31 มีนาคม 2555


เว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลพยากรณ์ดอกซากุระ
http://tenki.jp/sakura/expectation
http://sakura.weathermap.jp/
http://weathernews.jp/sakura/

เว็บไซต์แนะนำแหล่งชมดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น
http://www.sakuranokai.or.jp
http://www.mapple.net/sp_sakura/100.asp
http://ohanamig.jp/
http://www.walkerplus.com/hanami/
http://www.jalan.net/theme/sakura/
และอื่นๆอีกมาก


เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยตนเอง
website    facebook    youtube    E-mail

Copyright © J-Campus.com